Resort Chanthaburi Resort Chanthaburi
สถานที่ท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยว

1. อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

เริ่มกันกับสถานที่แรกคือ "อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ" เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรี เนื่องจากสภาพป่าในบริเวณนี้มีหลากหลายและอุดมสมบูรณ์รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายากจำนวนมาก ซึ่งภายในยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ "น้ำตกกระทิง" มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 13 ชั้น, "ยอดเขาพระบาท" ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฎ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา โดยสามารถชมทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะกำหนดจัดงานนมัสการพระบาทพลวง ณ เขาคิชฌกูฏ เป็นประจำทุกปีในช่วงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งประชาชนจะนิยมไปนมัสการรอยพระบาทพลวงเป็นจำนวนมากเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง

 

2. หาดเจ้าหลาว

หาดเจ้าหลาว ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ อยู่ทางทางด้านตะวันออกของอ่าวคุ้งกระเบน และอยู่ก่อนถึงตัวเมืองจันทบุรี 60 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่มีชื่อแห่งหนึ่งของเมืองจันท์ เพราะมีชายหาดที่สวยงาม มีบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว หาดทรายจะเป็นสีแดงละเอียด ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของหาดทรายเมืองจันท์ รวมทั้งหาดทรายของหาดเจ้าหลาวยังทอดยาวไปจดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน มีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกทำมากมาย เช่น เล่นน้ำทะเล, บานาน่าโบ๊ท, ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งเพียง 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีเรือท้องกระจกให้บริการอีกด้วย

 

3. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เป็นสถานที่สำคัญสำหรับศึกษาค้นคว้าและวิจัย เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดจันทบุรีโครงการหนึ่งที่ศูนย์ทำขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาสภาพธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเข้าใจระบบนิเวศในป่าชายเลน และรู้จักใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ สะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริใช้เวลาเพียง 30-45 นาที บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 1,600 เมตร มีจุดสื่อความหมายธรรมชาติอยู่ตามบริเวณจุดต่าง ๆ เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ ตลอดจนแหล่งสมุนไพรสำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบอีกด้วย


สำหรับที่นี่เปิดทุกวันเวลา 06.30-18.00 น. การเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้าที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นอกจากนี้ ทางศูนย์ยังมีบริการบ้านพักสำหรับบริการหน่วยงานรัฐที่ไปจัดอบรมสัมมนาโดยติดต่อล่วงหน้า โทรศัพท์ 0 3936 9216-8 โทรสาร 0 3936 9219 หรือ fisheries.go.th และ เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

4. จุดชมวิวเนินนางพญา

"เนินนางพญา" จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก จุดชมวิวแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินริมทะเลใกล้กับหาดคุ้งวิมานและปากอ่าวคุ้งกระเบน นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดเพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิว เป็นที่น่าสังเกตว่าตามรั้วกั้นจะมีแม่กุญแจแขวนคล้องเป็นคู่ ๆ ตลอดแนวความยาวของรั้ว แต่ถ้าใครไปเดี่ยว ๆ ไม่มีคู่ เราแนะนำว่าให้ผ่านจุดนี้ไป แล้วโฟกัสกับภาพวิวข้างหน้าจะดีกว่า (เพราะคนมีคู่ไม่รู้หรอก) ภาพเบื้องหน้าจากจุดชมวิวคุณจะเห็นถนนชล-จันท์โค้งเลาะเลียบริมทะเล ส่วนอีกด้านเป็นภูเขาสูง มองเห็นความงามของทั้งทะเล ภูเขาและถนนต่างคดโค้งกันได้อย่างลงตัว ยิ่งในเวลาเย็นย่ำช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดิน ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่งดงามอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

 

5. จุดชมวิวเจดีย์บ้านหัวแหลม

จุดชมวิวยอดนิยมอีกจุดหนึ่งของจันทบุรี ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเทียบเรือประมงบ้านหัวแหลม อำเภอนายายอาม ความโดดเด่นของจุดชมวิวบ้านหัวแหลมคือนักท่องเที่ยวจะได้เดินทอดน่องชมวิวสวย ๆ บนสะพานไม้ที่ทอดตัวยาวท่ามกลางน้ำทะเล ระยะทางประมาณ 50 เมตร เป็นสะพานที่สร้างขึ้นจากพลังแห่งศรัทธาของชาวบ้าน เป็นทางเดินเพื่อสักการะ "เจดีย์บ้านหัวแหลม" (แต่สะพานไม้ยาวไม่ถึงเจดีย์ และจะสามารถเดินถึงก็ต่อเมื่อช่วงเวลาน้ำลด) ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวประมง ด้วยการทำประมงในสมัยก่อนเป็นอาชีพที่เสี่ยงอันตราย และเพื่อให้การออกเรือแต่ละครั้งปลอดภัย ซึ่งสร้างเจดีย์นี้ขึ้นมาเพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจนั่นเอง

 

6. ลานหินสีชมพู

"จุดชมวิวลานหินสีชมพู" ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์คุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ โดยในช่วงเวลาน้ำลงตอนกลางวัน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะเผยโฉมหินสีชมพูอมม่วง-สีน้ำตาลแดง ออกมาให้ได้ยลความสวยงามโดดเด่น ปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เปิดพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวและศึกษาเส้นทางเดินธรรมชาติได้ทุกวัน สำหรับใครที่มาชมความสวยงามของลานหินสีชมพูแห่งนี้ คือช่วงเช้าพระอาทิตย์ขึ้นถึง 9 โมงเช้า ช่วง 4 โมงเย็นถึงพระอาทิตย์ตกดิน และช่วงฟ้าเปิดหลังจากที่ฝนตกใหม่ ๆ